GSMA ต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายมือถืออย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยป้องกันเครือข่ายจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่รุนแรง โดยได้นำเสนอข้อค้นพบในชุดงานวิจัยชื่อ Futureproofing Connectivity: Climate Risk and Resilience in Telecommunications และเอกสารเกี่ยวกับหลักการด้านนโยบายสำหรับความยืดหยุ่นของเครือข่ายมือถือ
เสาสัญญาณและไซต์บนหลังคามีความเสี่ยงสูงจากลม พายุ หรือฟ้าผ่า ขณะที่อุปกรณ์ภาคพื้นดินอาจถูกน้ำท่วมได้ นอกจากนี้ อุณหภูมิสูงยังทำให้เครื่องวิทยุทำงานหนัก และฝนตกหนักอาจลดความแรงของสัญญาณไร้สาย
GSMA ประมาณการว่าต้นทุนความเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับพายุหนัก และ 577 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับน้ำท่วมจากแม่น้ำ ซึ่งหากระบบล่มโดยไม่มีพลังงานสำรอง อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงนานกว่านั้นในการกู้คืน
GSMA ระบุว่าแม้ว่าบริษัทเครือข่ายจะจัดการความเสี่ยงในการดำเนินงาน แต่พวกเขาก็เผชิญกับอุปสรรคในการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ โดยเสนอให้ใช้มาตรการเชิงผลลัพธ์แทนกฎระเบียบที่ตายตัว และส่งเสริมการหารือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ
ศัพท์ที่ควรรู้
- GSMA – องค์กรที่ให้คำแนะนำด้านโทรคมนาคมระดับโลก
- Extreme weather – สภาพอากาศที่รุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐาน
- Resilience – ความสามารถในการฟื้นตัวของเครือข่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
- Radio equipment – อุปกรณ์วิทยุที่ใช้ในการส่งและรับสัญญาณโทรคมนาคม
- Storm surges – การยกตัวของน้ำทะเลที่เกิดจากพายุ ซึ่งเป็นอันตรายต่อโครงสร้างชายฝั่ง
ที่มา: The Register