OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ Memory และ Dreaming สำหรับ ChatGPT ให้ฉลาดขึ้น

OpenAI ได้เริ่มเปิดตัวระบบการสังเคราะห์ความจำที่ก้าวหน้าและปรับขนาดได้ เพื่อแก้ไขปัญหาความเก่า ข้อมูลไม่ถูกต้อง และข้อจำกัดในการปรับขนาดของ Memory ใน ChatGPT สำหรับผู้ใช้จำนวนมากและบริบทที่ยาวนาน

การอัปเดตครั้งสำคัญคือการนำ ‘dreaming’ ซึ่งเป็นวิธีการให้ ChatGPT คัดสรรความทรงจำโดยอัตโนมัติจากการอ้างอิงประวัติการแชท มาใช้ ทำให้การทำงานของ Memory มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ล่าสุด OpenAI สามารถปรับปรุงการคำนวณที่จำเป็นสำหรับการให้บริการ Dreaming ให้กับผู้ใช้ Free ได้ลดลงถึงประมาณ 5 เท่า ทำให้สามารถเริ่มทยอยให้บริการฟีเจอร์นี้แก่ผู้ใช้ Free ได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

วิวัฒนาการของ Memory

ก่อนหน้านี้ Memory ที่บันทึกไว้จะถูกเขียนขึ้นระหว่างการสนทนา และต้องอาศัยสัญญาณที่ชัดเจนในการกระตุ้น เช่น การสั่งว่า “จำไว้ว่าฉันจะไปสิงคโปร์ในเดือนกรกฎาคม” การใช้งานอาจรู้สึกเหมือนคุยกับคนที่จดโน้ตแต่ก็ลืมทุกอย่างที่ไม่ถูกบันทึก

เราประเมิน Memory อย่างไร

เมื่อพิจารณาว่า “Memory ที่ดี” ใน ChatGPT คืออะไร สิ่งสำคัญคือการที่โมเดลสามารถส่งต่อบริบทที่มีประโยชน์ได้ นั่นคือการที่ผู้ใช้บอกข้อมูลครั้งเดียว แล้วโมเดลยังจำข้อมูลนั้นได้ในการสนทนาครั้งต่อๆ ไป

เมื่อมี Memory

ยกตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้แจ้งว่าตนเองเป็นมังสวิรัติ เราสามารถประเมินได้ว่าโมเดลใช้ Memory ได้ถูกต้องหรือไม่ เมื่อผู้ใช้มังสวิรัติขอคำแนะนำการเตรียมอาหาร

รากฐานที่ปรับขนาดได้มากขึ้นสำหรับอนาคต

แม้ว่า Memory ที่ใช้ Dreaming จะมีให้ผู้ใช้ Plus และ Pro มาสักพักแล้ว แต่ตอนนี้ OpenAI จึงสามารถนำเสนอเวอร์ชันที่ได้มาตรฐานคุณภาพและใช้งานได้จริงในระดับกว้างขวางให้กับผู้ใช้ Free ได้แล้ว

ศัพท์ที่ควรรู้

  • Memory – คือระบบที่ช่วยให้ ChatGPT จดจำบริบทการสนทนาในอดีตของผู้ใช้ได้
  • Dreaming – คือวิธีการที่ ChatGPT สามารถคัดสรรและจัดระเบียบความทรงจำขึ้นมาใหม่ในพื้นหลังได้โดยอัตโนมัติ
  • Compute – หมายถึงพลังการประมวลผลที่ใช้ในการรันโมเดล AI
  • Plus และ Pro users – คือกลุ่มผู้ใช้ที่สมัครสมาชิกแบบเสียค่าบริการของ ChatGPT

ที่มา: OpenAI

Leave a Comment