Figma ได้นำเสนอการบูรณาการ AI เข้าไปในขั้นตอนการทำงานแบบ End-to-end โดยมี Dev Mode และ MCP Server เป็นจุดสำคัญในการทำให้การส่งมอบงานเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยการใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง เช่น CSS และ tokens
MCP ช่วยให้ทีมนักพัฒนาสามารถเรียกใช้ Coding Agent เพื่อแปล Mockup ให้เป็นโค้ดที่พร้อมใช้งานจริง โดยไม่จำเป็นต้องมีการคัดลอกและวางด้วยตนเอง
แม้ว่า Figma Make จะถูกสร้างขึ้นเพื่อการทำ Prototype เป็นหลัก แต่นักออกแบบก็สามารถป้อนคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงจนทำให้วิศวกรสามารถคัดลอกโค้ดได้โดยตรง ทำให้มันกลายเป็น Artifact สำหรับวิศวกรรมซอฟต์แวร์
ตัวอย่างความสำเร็จคือทีม HR ที่ใช้ Figma Make สร้างเกมจับคู่โดยดึงข้อมูลจาก Workday ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการทดลองเพียง 10 นาทีก็สามารถสร้างผลกระทบที่แท้จริงได้
ศัพท์ที่ควรรู้
- Dev Mode – เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การส่งมอบงานระหว่างนักออกแบบและนักพัฒนาเป็นไปอย่างมีโครงสร้าง
- MCP – คือระบบที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสั่งให้ AI Agent แปลง Mockup ให้เป็นโค้ดที่พร้อมใช้งานได้
- Figma Make – เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างต้นแบบ แต่สามารถใช้เป็น Artifact สำหรับการส่งมอบงานทางวิศวกรรมได้เช่นกัน
ที่มา: OpenAI