ช่องโผล่ ChatGPhish เปลี่ยน Web Summaries ของ ChatGPT ให้กลายเป็นช่องทางล่อข้อมูล Phishing

นักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จาก Permiso Security ได้เปิดเผยรายละเอียดของช่องโผล่ (Vulnerability) ใหม่ในระบบของ OpenAI ChatGPT ที่ถูกตั้งชื่อว่า “ChatGPhish” ปัญหานี้เกิดจากการที่ระบบแสดงผลลัพธ์บนเว็บไซต์ chatgpt.com มีความไว้วางใจ (Implicit Trust) ต่อลิงก์และรูปภาพในรูปแบบ Markdown โดยไม่มีการตรวจสอบความปลอดภัยเพียงพอ ทำให้แฮกเกอร์สามารถใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนนี้ในการทำ Prompt Injection เพื่อบังคับให้ AI สร้างลิงก์ที่หลอกลวงหรือนำผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ที่เป็นอันตรายได้

กลไกการโจมตีนี้ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างช่องทางสำหรับการหลอกลวงแบบ Phishing ที่มีความซับซ้อนและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลิงก์ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นอยู่ภายใต้การสรุปข้อมูล (Web Summaries) ของ ChatGPT ซึ่งผู้ใช้งานทั่วไปมักมีความไว้วางใจในข้อมูลที่ AI นำเสนอ การคลิกลิงก์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การถูกขโมยข้อมูลสำคัญ รหัสผ่าน หรือการติดมัลแวร์ร้ายแรง

การค้นพบครั้งนี้เน้นย้ำถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน AI ในการประมวลผลและแสดงผลเนื้อหาจากภายนอก (Third-party Content) โดยเฉพาะปัญหาด้าน Prompt Injection ที่ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาระบบ AI ที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ทาง Permiso Security ได้รายงานปัญหานี้ให้ทาง OpenAI ทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขและเสริมชั้นความปลอดภัยในระบบต่อไป

คำศัพท์เทคนิคที่น่าสนใจ

  • Vulnerability (ช่องโผล่) – จุดอ่อนหรือข้อบกพร่องในระบบความปลอดภัยที่ผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์ได้
  • Prompt Injection (การแทรกพรอมต์) – เทคนิคการโจมตีระบบ AI โดยการใส่คำสั่งที่ซ่อนอยู่เพื่อบังคับให้ AI ทำงานนอกเหนือจากที่ตั้งใจไว้
  • Phishing (ฟิชชิ่ง) – การหลอกลวงผ่านอินเทอร์เน็ตโดยปลอมตัวเป็นหน่วยงานหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือเพื่อหลอกยักยอกข้อมูลสำคัญ
  • Markdown – ภาษามาร์กอัปเบาที่ใช้จัดรูปแบบข้อความ ซึ่งรองรับการแปลงข้อความธรรมดาให้เป็นลิงก์หรือรูปภาพได้

🔗 แหล่งที่มา: https://thehackernews.com/2026/05/chatgphish-vulnerability-turns-chatgpt.html