เอลนีโญครั้งต่อไปอาจเป็นจุดเปลี่ยนสู่สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น

มหาสมุทรแปซิฟิกกำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าเอลนีโญครั้งใหม่อาจเกิดขึ้นภายใน 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจผลักดันให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทะลุเกณฑ์ 1.5 องศาเซลเซียสอย่างถาวร เกณฑ์นี้ถูกกำหนดไว้ในข้อตกลงระหว่างประเทศว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่อาจนำไปสู่ผลกระทบต่อสภาพอากาศที่ไม่อาจย้อนกลับได้
งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าเอลนีโญที่รุนแรงสามารถก่อให้เกิด “การเปลี่ยนแปลงระบอบสภาพอากาศ” (climate regime shifts) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและยาวนานในระบบนิเวศ ตัวอย่างเช่น เอลนีโญในปี 2024 ร่วมกับภาวะโลกร้อนที่เกิดจากมนุษย์ ได้ทำให้ป่าอเมซอนแห้งแล้งเป็นบริเวณกว้าง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน รวมถึงเปลี่ยนผืนป่าให้กลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แทนที่จะดูดซับไว้
ที่มา: Ars Technica
คำศัพท์เทคนิคที่น่าสนใจ
- El Niño – ปรากฏการณ์เอลนีโญ คือช่วงที่อุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงขึ้น ส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก
- Climate regime shift – การเปลี่ยนแปลงระบอบสภาพอากาศ คือการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและยาวนานในระบบภูมิอากาศหรือระบบนิเวศ
- Tipping point – จุดเปลี่ยนสำคัญ คือจุดที่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และมักไม่สามารถย้อนกลับได้