The Cat in the Hat เข้าฉายในโรงภาพยนตร์แล้ว โดยผู้กำกับและผู้เขียน Erica Rivinoja (จาก South Park, Borat Subsequent Moviefilm) และ Alessandro Carloni (จาก Kung Fu Panda 3) ได้นำหนังสือเด็กอันเป็นที่รักของ Dr. Seuss มาตีความและขยายเรื่องราวอย่างมาก เนื่องจากหนังสือต้นฉบับนั้นสั้นเกินไปที่จะทำเป็นภาพยนตร์ฉบับเต็ม
ภาพยนตร์ไม่ได้จมอยู่กับสถานการณ์ ‘บริษัท’ มากนัก แต่ใช้เป็นส่วนประกอบสนุกๆ ในการอ้างอิงถึงต้นฉบับของ Seuss ผ่านกฎการสัมผัสที่อธิบายโดยทีมงาน (พากย์เสียงโดย Giancarlo Esposito, Bowen Yang และ Quinta Brunson) และภาพของ Cat in that Hat ที่อ้างอิงถึงหนังสือด้วย
หนังให้เสียงหัวเราะได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งจากมุกตลกทางสายตาและตลกโปกฮาที่เหมาะกับทุกวัย ไปจนถึงมุกที่ซับซ้อนซึ่งอาจจะโดนใจผู้ใหญ่มากกว่า
หากมีการตัดต่อส่วนเสริมที่ไม่จำเป็นออกไปอีกเล็กน้อย มันอาจจะไปถึงระดับ ‘Great’ ได้ แต่โดยรวมแล้วมันยังคงตลก ฉลาด และเป็นการขยายเรื่องราวของ Cat และความสามารถอันน่าอัศจรรย์ของเขาได้อย่างอบอุ่นและน่าประทับใจ
ศัพท์ที่ควรรู้
- Dr. Seuss – คือผู้แต่งหนังสือเด็กคลาสสิกที่เรื่องนี้อ้างอิงถึง
- Erica Rivinoja และ Alessandro Carloni – คือผู้กำกับและผู้เขียนที่นำเรื่องต้นฉบับมาขยายเป็นภาพยนตร์
- Sight gags – คือมุกตลกที่อาศัยภาพและการแสดงออกทางสายตาเพื่อให้เกิดเสียงหัวเราะ
- Slapstick – คือตลกโปกฮาที่มักใช้การแสดงกายกรรมหรือการล้มตลก
ที่มา: IGN