ซัพพลายเออร์ Flash Storage ของ Apple เริ่มเอาคืน หลังขาดแคลนชิปหน่วยความจำ

Rolfe Winkler จาก The Wall Street Journal รายงานว่า ซัพพลายเออร์ Flash storage ที่เคยถูก Apple กดดันนั้นกำลัง ‘เอาคืน’ บริษัทในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากการที่บริษัท AI สร้าง Data Center ขนาดใหญ่ที่ใช้ Flash storage และ RAM จำนวนมาก

เมื่อ iPhone ได้รับความนิยม ทำให้ Apple กลายเป็นผู้ซื้อ Flash storage รายใหญ่ที่สุดของโลก และเคยมีอำนาจต่อรองสูงมาก จนมีคำกล่าวอ้างว่าผู้บริหารของ Kioxia รู้สึกเหมือน Charlie Brown ที่พยายามเตะลูกฟุตบอล

รายงานระบุว่า เมื่อสองปีก่อน Apple ซื้อ Flash storage ได้เกือบสองเท่าของ Microsoft, Amazon, Meta และ Google รวมกัน แต่ปัจจุบัน Hyperscalers ต่างซื้อในปริมาณที่มากกว่า Apple เสียอีก

การ ‘เอาคืน’ ส่วนใหญ่ถูกส่งต่อไปยังลูกค้า เนื่องจาก Apple ได้ขึ้นราคาสินค้ากว่าหนึ่งโหลในปีนี้ รวมถึง iPhone, iPad, Mac, HomePod และ Apple TV โดยอ้างว่าเกิดจากภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำ

ตัวอย่างเช่น TechInsights ประเมินว่า หากลูกค้าอัปเกรด iPhone 18 Pro จาก 256GB เป็น 512GB นั้น Apple มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ $134 ซึ่งต่างจาก iPhone 17 Pro ปีที่แล้วที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ $185 ขณะที่ SK Hynix คาดการณ์ว่าภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำจะคงอยู่ไปจนถึงปี 2030

ศัพท์ที่ควรรู้

  • Flash storage – คือหน่วยเก็บข้อมูลแบบแฟลชที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • AI – Artificial Intelligence หมายถึงปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้าง Data Center ขนาดใหญ่
  • Hyperscalers – คือบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Amazon หรือ Google ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
  • Gross profit – คือกำไรขั้นต้น ซึ่งคำนวณจากราคาขายลบต้นทุนสินค้า

ที่มา: MacRumors

Leave a Comment