การแข่งขันครั้งนี้แตกต่างจาก Benchmark ที่เคยนำเสนอ โดยเกมเหล่านี้ถูกเล่นกับผู้เล่นที่เป็นมนุษย์ที่มีฝีมือสูงมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้ Five จะเรียนรู้ Dota ตั้งแต่ต้น แต่สไตล์การเล่นเมื่อเจอกับมืออาชีพนั้นน่าตื่นเต้นและใกล้เคียงกัน
การแข่งขันครั้งล่าสุดกินเวลาราว 51 นาที (ปกติเกมใช้เวลา 45 นาที) หลังจากที่ฝ่ายมนุษย์เริ่มต้นได้ดี แต่ Five ก็สามารถกลับมาได้บ้างในกลางเกม ก่อนจะพ่ายแพ้ต่อการบุกเชิงกลยุทธ์ของผู้เล่นฝ่ายมนุษย์
ในวันพฤหัสบดี พวกเขาได้แข่งขันเกมที่สองกับทีมที่มีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์จากจีน ซึ่งสามในนั้นเคยเล่นเป็นทีมแข่งขันมาก่อน
การแข่งขัน
การแข่งขันครั้งนี้กินเวลาราว 51 นาที (ปกติเกมใช้เวลา 45 นาที) หลังจากที่ฝ่ายมนุษย์เริ่มต้นได้ดี แต่ Five ก็สามารถกลับมาได้บ้างในกลางเกม ก่อนจะพ่ายแพ้ต่อการบุกเชิงกลยุทธ์ของผู้เล่นฝ่ายมนุษย์
ในวันพฤหัสบดี พวกเขาได้แข่งขันเกมที่สองกับทีมที่มีผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์จากจีน ซึ่งสามในนั้นเคยเล่นเป็นทีมแข่งขันมาก่อน
การเปลี่ยนแปลงกฎ
เกม Benchmark ก่อนหน้านี้มีข้อจำกัดที่ส่งผลกระทบมาก คือการให้แต่ละฮีโร่มี courier ของตัวเองที่ไม่สามารถถูกทำลายได้ แทนที่จะมี courier เดียวสำหรับทั้งทีม ซึ่งทำให้ Five พัฒนาสไตล์การเล่นที่มีแรงกดดันสูง เนื่องจาก courier เหล่านี้ส่งไอเทมฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
การปรับใช้ courier เดียวกันนั้นเริ่มขึ้นเมื่อหกวันก่อน (ตัว courier เองก็ถูกกำหนดสคริปต์ไว้เช่นกัน)
ศัพท์ที่ควรรู้
- Benchmark – การทดสอบเปรียบเทียบที่ใช้ในการประเมินความสามารถของ AI
- Courier – หน่วยที่ทำหน้าที่นำส่งไอเทมให้กับฮีโร่ในเกม
- Invulnerable – ไม่สามารถถูกทำลายได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ courier ในเกมนี้
ที่มา: OpenAI