สัญญาณบอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่รถ EV และวิธีสังเกต

แบตเตอรี่แรงสูงของรถยนต์ไฟฟ้าไม่มีอายุหรือระยะทางที่กำหนดชัดเจนว่าต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่ เพราะแบตเตอรี่จะค่อยๆ เสื่อมความสามารถในการเก็บพลังงานลงตามเวลา ทำให้ระยะวิ่งลดลงแต่ไม่ได้แปลว่าแบตเตอรี่พัง ซึ่งการพังทั้งชุดถือเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมากในรุ่นใหม่

ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ที่วิเคราะห์รถปลั๊กอินราว 15,000 คัน พบว่ามีเพียง 1.5 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่เพราะความเสียหาย โดยไม่นับกรณีเรียกคืน และอัตราการเปลี่ยนต่ำกว่า 1 เปอร์เซ็นต์ในทุกรุ่นปี 2016-2023 ขณะที่แบตเตอรี่ยุคใหม่คาดว่าใช้งานได้ 12-15 ปีในภูมิอากาศอบอุ่น และ 8-12 ปีในภูมิอากาศสุดขั้ว

คำถามที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ว่ารถเสียระยะวิ่งไปเท่าไหร่ แต่คือการเปลี่ยนแปลงที่เห็นเป็นการเสื่อมตามปกติหรือเป็นปัญหาที่ต้องให้ช่างวินิจฉัย โดยอายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับเคมีของแบตเตอรี่ อุณหภูมิ พฤติกรรมการชาร์จ และการใช้งานของรถแต่ละคัน

ที่มา: Engadget

Leave a Comment