Personalized Pricing ‘น่ารังเกียจ’ แต่การจำกัดของ FTC อาจทำให้ราคาสูงขึ้น นักวิจารณ์กังวล

หัวข้อ: Personalized Pricing 'น่ารังเกียจ' แต่การจำกัดของ FTC อาจทำให้ราคาสูงขึ้น นักวิจารณ์กังวล
ชาวอเมริกันบางส่วนกังวลว่าการที่ FTC เร่งจำกัดการกำหนดราคาแบบเฉพาะบุคคล (personalized pricing) ในนามของการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น อาจส่งผลให้ส่วนลดที่พวกเขาพึ่งพาหายไป หรือที่ดูขัดกับสามัญสำนึกคือ ทำให้ราคาสูงขึ้น
FTC ไม่มีอำนาจที่จะห้ามการกำหนดราคาแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นวิธีที่ธุรกิจใช้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเพื่อกำหนดราคาสูงสุดที่ลูกค้ารายนั้นอาจยอมจ่ายสำหรับสินค้าหรือบริการ แต่หน่วยงานเชื่อว่าตนสามารถกำหนดขอบเขตสำหรับแนวปฏิบัตินี้ได้ รวมถึงบทลงโทษสำหรับธุรกิจที่ไม่เปิดเผยเมื่อลูกค้าอาจต้องจ่ายมากขึ้นเพราะข้อมูลบ่งชี้ว่าพวกเขาจะไม่ทักท้วงราคา
ในการขอความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับร่างนโยบาย FTC ยอมรับว่าการกำหนดราคาแบบเฉพาะบุคคลนั้นพบได้ทั่วไปในบางอุตสาหกรรม แต่ Andrew Ferguson ประธาน FTC กล่าวว่าอุตสาหกรรมใหม่ๆ กำลังติดตามลูกค้ามากขึ้นเพื่อตั้งราคารายบุคคล ทำให้ผู้บริโภคที่คาดว่าราคาที่แสดงในตลาดอย่างค้าปลีก ‘จะเป็นราคาเดียวกับที่ทุกคนเห็น’ ต้องแปลกใจ
แหล่งที่มา: arstechnica
คำศัพท์เทคนิคที่น่าสนใจ
- Personalized pricing – คือการที่ธุรกิจใช้ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าเพื่อกำหนดราคาสินค้าหรือบริการเป็นรายบุคคล โดยอาจให้ราคาแตกต่างกันตามข้อมูลที่เก็บได้ เช่น พฤติกรรมหรือฐานะการเงิน
- FTC – คือ Federal Trade Commission หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐที่ดูแลเรื่องการแข่งขันทางการค้าและคุ้มครองผู้บริโภค ทำหน้าที่ตรวจสอบและออกกฎเกณฑ์เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค
- Personal data – คือข้อมูลที่ระบุตัวตนของบุคคลได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร พฤติกรรมออนไลน์ ซึ่งธุรกิจนำไปใช้วิเคราะห์เพื่อตั้งราคา
- Consumer protection – คือการคุ้มครองผู้บริโภค โดยมีกฎหมายและหน่วยงานดูแลเพื่อให้ผู้ซื้อได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ขาย
- Retail – คือการค้าปลีก ซึ่งเป็นการขายสินค้าให้ผู้บริโภคโดยตรง ไม่ใช่การขายส่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า